ไบโอมารีนคอลลาเจน คืออะไร?

Bio Marine Collagen หรือ ไบโอมารีนคอลลาเจน คืออะไร

ร่างกายของคนเรานั้นจะมี คอลลาเจน หนาแน่นในวัยเด็ก และจะค่อยๆ เสื่อมสภาพลงตามกาลเวลา จะเห็นได้ว่าเมื่ออายุมากขึ้น เส้นใยคอลลาเจน เหล่านี้จะเสื่อมสลาย ทำให้ชั้นผิวหนังยุบตัวลงอันเป็นสาเหตุของความเหี่ยวย่นและริ้วรอย รวมถึงการเกิดปัญหาข้อเสื่อม กระดูกเสื่อม อันเนื่องมาจาก คอลลาเจน ใน กระดูก ลดลง ทำให้ กระดูก ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ขาดความยืดหยุ่น เปราะหักง่าย โดยพบว่าคนที่มีอายุ 25 ขึ้นไป จะมีปริมาณ คอลลาเจน ลดลงทุกปี ปีละ 1.5%

เปรียบเทียบกระดูกของคนปกติ กับคนที่เป็นโรคกระดูกพรุน

เปรียบเทียบกระดูกของคนปกติ กับคนที่เป็นโรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุน

คือภาวะที่ปริมาณแร่ธาตุ (ที่สำคัญคือแคลเซียม) ในกระดูกลดลง ร่วมกับความเสื่อมของเนื้อเยื่อที่ประกอบเป็นโครงสร้างภายในกระดูก ทำให้เนื้อหรือมวลกระดูกลดความหนาแน่น จึงเปราะบางแตกหักง่าย บริเวณที่พบการหักของกระดูกได้บ่อย ได้แก่ ข้อมือ สะโพก และสันหลัง
โรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี เช่น กินอาหารที่มีแคลเซียมสูง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับแสงแดดอ่อนๆ เป็นประจำ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุราจัด เป็นต้น พฤติกรรมเหล่านี้ ควรเริ่มตั้งแต่วัยเด็กหรือวัยหนุ่มสาว

-สาเหตุ
กระดูกประกอบด้วย โปรตีน คอลลาเจน และแคลเซียม โดยมีแคลเซียมฟอสเฟตเป็นตัวทำให้กระดูกแข็งแรง ทนต่อแรงดึงรั้ง
กระดูกมีการสร้างและสลายตัวอยู่ตลอดเวลา กล่าวคือ ขณะที่มีการสร้างกระดูกใหม่โดยใช้แคลเซียมจากอาหารที่กินเข้าไป ก็มีการสลายแคลเซียมในเนื้อกระดูกเก่าออกมาในเลือดและถูกขับออกมาทางปัสสาวะ และอุจจาระ ปกติในเด็กจะมีการสร้างกระดูกมากกว่าการสลาย ทำให้กระดูกมีการเจริญเติบโต มวลกระดูกจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนมีความหนาแน่นสูงสุด เมื่ออายุประมาณ 30-35 ปี หลังจากนั้นจะเริ่มมีการสลายกระดูกมากกว่าการสร้าง ทำให้กระดูกค่อยๆ บางตัวลงตามอายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในผู้หญิงช่วงหลังวัยหมดประจำเดือน ซึ่งมีการลดลงของฮอร์โมนเอสโทรเจนอย่างรวดเร็ว ฮอร์โมนชนิดนี้ช่วยการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายและชะลอการสลายของ แคลเซียมในเนื้อกระดูก เมื่อพร่องฮอร์โมนชนิดนี้ก็จะทำให้กระดูกบางตัวลงอย่างรวดเร็ว จนเกิดภาวะกระดูกพรุน

ดังนั้น โรคกระดูกพรุนส่วนใหญ่จึงเกิดจากภาวะหมดประจำเดือนในผู้หญิง (ซึ่งจะเริ่มมีอัตราเร่งของการสลายตัวของกระดูกในช่วง 10-20 ปี หลังหมดประจำเดือน) และความเสื่อมตามอายุที่มีการสะสมอย่างค่อยเป็นค่อยไปและยาวนานของการเสีย สมดุลระหว่างการสร้างและการสลายของกระดูก (พบได้ทั้งชายและหญิงที่มีอายุมากกว่า 75 ปี)

นอกจากนี้ ยังอาจพบร่วมกับภาวะอื่นๆ เรียกว่า กระดูกพรุนชนิดทุติยภูมิ (secondary osteoporosis) เช่น ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน โรคคุชชิง (ภาวะต่อมหมวกไตทำงานเกินหรือมีฮอร์โมนสตีรอยด์มากเกิน) ต่อมพาราไทรอยด์ทำงานเกิน เบาหวาน โรคปวดข้อรูมาตอยด์ โรคตับเรื้อรัง น้ำหนักน้อย (ผอม) ภาวะขาดสารอาหารและแคลอรี ภาวะขาดแคลเซียม มะเร็ง (เต้านม เม็ดเลือดขาว ต่อมน้ำเหลือง) การใช้ยาสตีรอยด์ ยาขับปัสสาวะ (เช่น ฟูโรซีไมด์) หรือเฮพารินนานๆ หรือใช้ฮอร์โมนไทรอยด์มากเกิน การไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายนานๆ (เช่น ผู้ป่วยที่นอนแบ็บอยู่บนที่นอนตลอดเวลา) การสูบบุหรี่ (ทำให้เอสโทรเจนในเลือดลดลง) การเสพติดแอลกอฮอล์ เป็นต้น

บางครั้งอาจพบในคนอายุไม่มาก โดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจนก็ได้
นอกจากนี้ ยังพบว่าโรคนี้มีความสัมพันธ์กับกรรมพันธุ์อีกด้วย

-อาการ
ส่วนใหญ่มักจะไม่มีอาการแสดง จนกระทั่งเกิดภาวะกระดูกหัก ก็จะเกิดอาการเจ็บปวด หรือความผิดปกติของโครงสร้างกระดูก เช่น ปวดข้อมือ สะโพก หรือหลัง (เนื่องจากกระดูกข้อมือ สะโพก หรือสันหลังแตกหัก) ส่วนสูงลดลงจากเดิม (เนื่องจากการหักและยุบตัวของกระดูกสันหลัง ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว เป็นต้น)
ถ้าเป็นโรคกระดูกพรุนชนิดทุติยภูมิก็อาจมีอาการแสดงของโรคที่เป็นสาเหตุ

-การดูแลตนเอง

  1. ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ หญิงวัยหมดประจำเดือน (วัยทอง) ผู้ที่ใช้ยาสตีรอยด์นานๆ ผู้ที่มีโรคที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุน เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจกรองโรคกระดูกพรุน
  2. ผู้ที่ตรวจกรองโรคพบว่าเริ่มมีภาวะกระดูกพรุน จะต้องระมัดระวังอย่าให้หกล้มหรือเกิดอุบัติเหตุ ทำให้กระดูกหัก เช่น แก้ไขภาวะความดันตกในท่ายืน หรือสายตามัว (เช่น ต้อกระจก) หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ทำให้ง่วงนอน หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง (เช่น ยากล่อมประสาท) และควรจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดภัย (เช่น บันไดที่ขึ้นลง แสงสว่าง ห้องน้ำ พื้นต่างระดับ ราวเกาะยึด เป็นต้น)
  3. ผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุนที่รุนแรง หรือมีภาวะแทรกซ้อน (เช่น กระดูกหัก) ควรติดตามรักษากับแพทย์และกินยาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้กระดูกแข็งแรงขึ้น และป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ

-การป้องกัน

  1. กินแคลเซียมให้พอเพียงทุกวัน
  2. ออกกำลังกายเป็นประจำ
  3. รับแสงแดด ช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดี เพื่อเป็นฮอร์โมนกระตุ้นในการสร้างกระดูก
  4. รักษาน้ำหนักตัวอย่าให้ต่ำกว่าเกณฑ์
  5. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุน
  6. รักษาโรคหรือภาวะที่ทำให้เป็นโรคกระดูกพรุน เช่น ต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน โรคคุชชิง

 

ผลิตภัณฑ์ไบโอมารีนคอลลาเจน

ผลิตภัณฑ์ไบโอมารีนคอลลาเจน

วิธีที่ง่ายและสะดวกคือ การรับประทาน คอลลาเจน เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของชั้นผิวหนังและเพื่อเสริมให้กระดูกแข็ง แรง ควรรับประทาน คอลลาเจน และ แคลเซียม เสริมจะช่วยป้องกัน ภาวะกระดูกพรุนได้

สำหรับ สุภาพสตรี แล้ว คอลลาเจน นับเป็นสารอาหารชนิดหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยให้ผิวพรรณมีความสวยงาม คงความอ่อนเยาว์เอาไว้ได้

มีชีวิตที่ดีได้ด้วยการมีสุขภาพผิวพรรณที่ดี และมีกระดูกที่แข็งแรง ด้วยเครื่องดื่มสารสกัดจาก มารีน คอลลาเจน ผสม แคลเซี่ยม

เริ่มสังเกต ความเปลี่ยนแปลงในร่างกายดูนะครับ แล้วรีบป้องกัน ก่อนที่สาเหตุของโรคต่างๆ จะตามมานะครับ

ไทยไบโอ แหล่งรวมข้อมูลสุขภาพด้านการต้านความชรา แห่งเดียวของไทย

+++++ ร่วมแสดงความคิดเห็น และแชร์ต่อให้เพื่อนๆ ได้ที่นี้ +++++

สังคมคนรักสุขภาพ